ชุดแต่งจักรยาน

ชนิดของจักรยานแบบทัวร์ริ่ง

ชนิดของจักรยานแบบทัวร์ริ่ง สำหรับ นักปั่นจักรยานสายทัวร์ริ่ง ไม่ได้มีเพียงแต่การสรรหา อุปกรณ์เจ๋งๆ ที่จำเป็นสำหรับนักปั่นสายทัวร์ริ่งเท่านั้น

ชนิดของจักรยานแบบทัวร์ริ่ง

สำหรับ นักปั่นจักรยานสายทัวร์ริ่ง ไม่ได้มีเพียงแต่การสรรหา อุปกรณ์เจ๋งๆ ที่จำเป็นสำหรับนักปั่นสายทัวร์ริ่งเท่านั้น แต่การจะเลือกหาจักรยานที่จะใช้ปั่นเป็นเพื่อนคู่ใจไปไหนกันในทุกเส้นทางตามต้องการได้ สิ่งแรกที่จำเป็นคือต้องตอบตัวเองให้ได้คือตัวเองเป็นนักปั่นทัวร์ริ่งประเภทใด

เนื่องจากทุกวันนี้มีจักรยานถูกผลิตออกมาหลายหลายรูปแบบตามฟังชั่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ทั้งน้ำหนัก รูปทรง รูปร่าง  รวมถึงความแข็งแรงของล้อและตัวจักรยาน  ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมีให้ได้เลือกกันอย่างหลากหลายตามความต้องการของแต่ละคน โดยปัจจุบัน ชนิดของจักรยานทัวร์ริ่ง นั้น ถูกแบ่งออกเป็นรูปแบบย่อย ๆ ได้ดังนี้

  1. Light Touring เป็นจักรยาน ที่น้ำหนักไม่มาก เหมาะสำหรับนักปั่นทัวร์ริ่งที่ต้องการเดินทางแบบใช้ความเร็วควบคู่กันไปด้วย ซึ่งระยะทาง มีระดับและรอบเกียร์สำหรับให้ได้ปรับเพื่อทำความเร็ว ทั้งนี้ด้วยลักษณะที่เบา และเน้นความเร็วมากกว่านั้น การใช้จักรยานทัวร์ริ่งประเภทนี้อาจจะไม่เหมาะกับการขี่ในทางที่ไม่เรียบ รวมถึงสามารถบรรทุกน้ำหนักสัมภาระได้น้อย จึ่งไม่เหมาะกับการเดินทางในระยะไกลมากๆ เหมือนจักรยานประเภทอื่น
  1. Long Distance Touring เป็นจักรยานที่อยู่ในระดับกลาง โดยมีน้ำหนักและขนาดที่เอนกประสงค์สำหรับการใช้ปั่นแบบทัวร์ริ่งมากขึ้น มีรอบเกียร์ที่สามารถปรับระดับความเร็วได้กว้างเหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตามด้วยความแข็งแรงของโครงสร้างและน้ำหนักที่เพิ่มมานั้น ทำให้ไม่สามารถปั่นโดยใช้ความเร็วได้มากเหมือนแบบLight Touring แต่อย่างไรก็ตามข้อด้อยเรื่องความเร็วและน้ำหนักที่เพิ่มมานั้น ก็จะทำให้จักรยานทัวร์ริ่งแบบ Long Distance นี้ สามารถติดตั้งกระเป๋าสัมภาระและแบกรับน้ำหนักเพิ่มได้มากขึ้นมากกว่าแบบ Light นั่นเอง
  2. Trekking เป็นประเภทของจักรยานทัวร์ริ่งที่ถูกสร้างออกมาให้มีโครงสร้างและความแข็งแรงในระดับสูง ทำให้สามารถ ใช้ในการเดินทางบนเส้นทางที่ต้องมีความทรหดอดทนมากยิ่งขึ้น มีอัตราทดของระดับเกียร์จำนวนมาก สามารถปั่นไปต่อได้แม้เส้นทางจะไม่ขรุขระราบเรียบ จักรยานชนิดนี้เหมาะกับนักปั่นสายทัวร์ริ่งที่ชอบการเดินทางในรูปแบบ Adventure พอสมควร ทั้งนี้จักรยานประเภทนี้จะมีน้ำหนักมาก แต่สามารถติดตั้งกระเป๋าและบรรทุกของได้เยอะ โดยขนาดของล้อที่เหมาะสมกับจักรยานแบบ Trekking นี้ ควรมีขนาดอยู่ที่ 26 นิ้วจึงจะได้รับความนิยมจากนักปั่นสายนี้มากที่สุด นอกจากนี้หากต้องการให้แบกน้ำหนักในปริมาณมากๆได้ตลอดเส้นทางโดยไม่เกิดปัญหา จักรยานสายทัวร์ริ่งในประเภท Trekking นั้น ไม่ควรมีโช๊คเพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการแบกรับน้ำหนักระหว่างเดินทางนั่นเอง
  3. Off-Road Touring จักรยานสายทัวร์ริ่งประเภทนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่า จ้องการใช้ในการเดินทาง ที่สมบุกสมบัน สามารถปั่นได้ในทุกสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะพื้นหิน เส้นทางดินโคลน การปั่นบนพื้นทราย หรือแม้แต่ลุยป่า Off-Road Touring ก็สามารถพานักปั่นไปได้เช่นกัน ทั้งนี้ จักรยานปะเภทนี้ถูกออกมาแบบมาให้มีโครงสร้างที่หน้า ใหญ่ สามารถรับน้ำหนักได้ในจำนวนมาก อีกทั้งยังมีจุดสำหรับติดตั้งหระเป๋าสัมภาระเยอะที่สุดในบรรดาแต่ละประเภท อย่างรก็ตาม จักยานประเภทนี้ ก็เหมาะกับการปั่นไปเรื่อย ๆ มากกว่าจะใช้ความเร็ว เนื่องจากน้ำหนักของจักรยานและสัมภาระ ที่รวมกันแล้ว ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ชนิดของจักรยานทัวร์ริ่งยังมีรูปแบบเสริมอื่นๆอีก เช่น Recumbent หรือจักรยานแบบนอนปั่น,  และแบบ Folding  ที่เป็น จักรยานจักรยานแบบพับ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะแยกประเภทออกมาได้อย่างมากมาย แต่ในยุคปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายเริ่มหันมาผลิตอุปกรณ์เสริม หรือสร้างจักรยานที่จะทำให้ใช้ปั่นได้อย่างหลากหลายประเภทภายในคันเดียว ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกและความสะดวกให้กับผู้ซื้อรวมไปถึงเปิดกว้างออกจากกรอบแนวทางเก่าๆ ของรูปแบบจักรยานทัวร์ริ่ง ที่เคยมีอีกด้วย


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *