รวมจักรยานน่าปั่นล่าสุด

มาทำความรู้จักกับจักรยาน FAT BIKE หรือจักรยานล้อโต

มาทำความรู้จักกับจักรยาน FAT BIKE หรือจักรยานล้อโต ความเป็นมาของจักรยานล้อโตนั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 1987 ซึ่งมีการแข่งขันกีฬา ในแฟร์แบงค์

มาทำความรู้จักกับจักรยาน FAT BIKE หรือจักรยานล้อโต

จักรยานในท้องตลาดมีให้เลือกใช้มากมาย ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ใช้ว่าจะเอาไปใช้งานแบบไหน ไม่ว่าจะเพื่อการเดินทาง การออกกำลังกาย ซึ่งแต่ละแบบก็มีแยกย่อย ออกมาจนบางทีก็เลือกไม่ถูก งง ไปหมด แต่มีจักรยานอีกรูปหนึ่งที่หลาย ๆ คนคงเคยสังเกตเห็นจักรยานที่ดูมีความแข็งแรงบึกบึน หน้าตาแปลก ๆ นั่นก็คือ จักรยานล้อโต หรือ FAT BIKE  นั่นเอง

 ความเป็นมาของจักรยานล้อโตนั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 1987 ซึ่งมีการแข่งขันกีฬา ในแฟร์แบงค์ ในอลาสกา ผู้จัดการด้านเทคนิคที่ชื่อ ไซมอน ราคูเวอร์ ได้คิดค้นจักรยานที่เหมาะสำหรับขี่ฝ่าหิมะ โดนนำเอาจักรยานเสือภูเขาเข้ามาเป็นแม่แบบในการดัดแปลง เขาได้ลองผิดลองถูก โดยการทำขอบกระทะที่กว้างกว่าปกติ นำวงล้อจักรยานทั้งสองวงเชื่อมเข้าด้วยกัน รวมไปถึงการตัดเย็บยางทั้งสองวงเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นการขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น จนในที่สุดก็มาหยุดตรงขนาดล้อขนาด 44 มิลลิเมตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นมิติใหม่ของจักรยานสำหรับหิมะตก ซึ่งการใช้งานก็ยังมีความสะดวกสบาย อีกด้วย

หลังจากที่จักรยานล้อโตได้ถูกคิดค้นขึ้นมาแล้ว ก็ยังได้นำไปทำการแข่งขันจักรยาน Fat Bike โดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าภูมิประเทศที่เหมาะที่สุด ก็ยังเป็นสนามแข่งขันที่อลาสกาเช่นเดิม และในช่วงหลังจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในยุโรป รวมไปถึงการปั่นฝ่าทะเลทรายในประเทศ เม็กซิโกอีกด้วย ในเวลาต่อเมื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ พัฒนาขึ้นจักรยานล้อโตก็มีวิวัฒนาการตาไปด้วยเช่นกัน โดยเป็นการพัฒนาให้สามารถใช้ได้หลากหลายเส้นทางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปั่นฝ่าเส้นทางหิมะ ฝ่าทะเลทราย บุกตะลุยโคลน หรือจะใช้การปั่นในเส้นทางเทรลแบบเสือภูเขาก็ยังสามารถทำได้เช่นกัน

จักรยานล้อโต หรือ Fat Bike จุดเด่นจะอยู่ที่ยางจะมีขนาดที่ใหญ่ ซึ่งปกติจะมีขนาดอยู่ที่ 3.7 นิ้ว ขอบวงล้อจะมีความกว้าง 44 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับการปั่นในเส้นทางที่อ่อนนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นหิมะ กินนุ่ม โคลน เส้นทางกันดาร เรียกได้ว่าไปได้สารพัดเส้นทางก็ว่าได้  โดยตัวเฟรมนั้นก็ยังถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับยางขอบกว้างนั่นเอง

มาทำความรู้จักกับจักรยาน FAT BIKE หรือจักรยานล้อโต

 ส่วนใครที่คิดว่าด้วยวงล้อที่ใหญ่เวลาปั่นนั้นจะต้องหนักขา ต้องบอกเลยว่าไม่เป็นความจริง ถ้ายางลมไม่อ่อนก็ปั่นสบาย ๆ พอ ๆกับเสือภูเขา แถมยังรู้สึกมั่นคงมากกว่า วงลาไปเส้นทางยาก ๆ ก็ไม่ต้องพะวงเรื่องของการตกหลุม แต่หากใครที่ชอบความเร็วก็คงจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่แค่นั้นเอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *