เตรียมตัวก่อนออกไปปั่นจักรยาน

วิธีเลือกใช้น้ำมันสำหรับหยอดโซ่จักรยาน

วิธีเลือกใช้น้ำมันสำหรับหยอดโซ่จักรยาน

วิธีเลือกใช้น้ำมันสำหรับหยอดโซ่จักรยาน

การดูแลรักษาจักรยานสำหรับนักปั่นนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากเพราะการดูแลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งานส่วนต่าง ๆเพิ่มขึ้น แต่บทความนี้จะมาพูดถึงการดูแลโซ่รถจักรยาน ที่หลาย ๆ คนคงลืมไปแล้วว่าครั้งสุดท้ายที่หยอดน้ำมันโซ่นั้นเมื่อไหร่กัน บานนั้นตั้งแต่ซื้อมาหยอดครั้งเดียวเพราะเห่อ บางคนมาหยอดตอนที่รู้สึกว่าโซ่ใกล้จะพัง ฉะนั้นควรเริ่มมาสนใจดูแลโซ่จักรยานกันแต่เนิ่น ๆ กันได้แล้ว

 แล้วถ้าจะหยอดน้ำมันโซ่ควรใช้แบบไหนดี

วิธีเลือกใช้น้ำมันสำหรับหยอดโซ่จักรยาน

ในท้องตลาดจะมีน้ำมันหยอดโซ่ก็คือ

  1. น้ำมันหยอดโซ่ประเภท Dry Lube ซึ่งเป็นแบบแห้ง น้ำมันแบบนี้เมื่อหยอดไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นฟิล์มบาง ๆ แห้ง ๆ เคลือบโซ่ไว้ ทำให้ฝุ่นไม่ค่อยเกาะ แต่ข้อเสียก็คือมักจะหลุดออกง่ายเมื่อเจอน้ำ หรือโคลน จึงเหมาะที่จะหยอดในช่วงฤดูหนาวหรือฤดูร้อน ที่ไม่ต้องปั่นลุยฝนลุยโคน ลงแอ่งน้ำ วลาที่ควรจะหยอดก็คือปั่นได้ระยะทาง 200-300 กม.
  2. น้ำมันหยอดโซ่แบบ Wet Lube ที่เป็นน้ำมันแบบเปียก นำมันชนิดนี้มีความหนืดเหนียว ติดโซ่ได้ดี ไม่หลุดออกง่ายเมื่อเจอน้ำหรือโคลน แต่ข้อเสียก็คือฝุ่นสามารถเกาะง่าย จึงเหมาะที่จะหยอดในช่วงหน้าฝน ที่อาจจะต้องปั่นลุยน้ำลุยโคลน ควรจะหยอดทุก ๆ ประมาณ 1,000 กม.

วิธีเลือกใช้น้ำมันสำหรับหยอดโซ่จักรยาน

สิ่งที่ใช้ผลิตน้ำมันหยอดโซ่

  1. เทฟล่อน ที่มีตัวย่อว่าว่า PTFE (Polytetrafluoroethylene) เป็นน้ำมันหยอดโซ่ที่ได้ความนิยมจากนักปั่นจักรยานเป็นอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติที่ลื่น ติโซ่นาน ล้างออกได้ไม่ยาก นำไปดัดแปลงผสมกับอย่างอื่นได้ แต่ก็มีข้อเสียก็คือฝุ่นสามารถเกาะง่ายมากถ้าเปรียบกับน้ำมันหยอดโซ่แบบอื่น
  2. Wax เป็นน้ำมันที่สามารถใส่ส่วนผสมอื่นเพิ่มได้เหมือน PTFE แต่จะแตกต่างกันก็คือฝุ่นเกาะได้ยากกว่า มีความลื่นน้อยกว่า ติดโซ่ได้น้อยกว่า ป้องกันการสึกหรอ และการกัดกร่อนได้น้อยกว่า PTFE หากใครสังเกตจะพบว่าเสียงโซ่เวลาปั่นจะพบความแตกต่างของน้ำมันทั้งสองแบบนี้ได้อย่างชัดเจน

สรุป

ฉะนั้นการดูแลโซ่จักรยานด้วยการหยอดน้ำมันนั้นควรเลือกให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานให้มากที่สุด โดยเฉพาะเป็นเรื่องสภาพอากาศ ที่มีผลอย่างมากในการที่จะทำให้โซ่เสื่อมสภาพได้เร็ว การใช้น้ำมันหยอดโซ่ที่ถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานไปได้อีกนาน จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนโซ่บ่อย ๆ ให้สิ้นเปลือง และหากโซ่จักรยานอยู่ในสภาพพร้อม ก็ยังสามารถทำให้จักรยานนั้นเร็วขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นอย่าได้ละเลยเด็ดขาด

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *