เส้นทางปั่นจักรยานต่างประเทศ

เส้นทางปั่นต่างประเทศที่ว่ากันว่าน่าตื่นเต้นมากที่สุด

เส้นทางปั่นต่างประเทศที่ว่ากันว่าน่าตื่นเต้นมากที่สุด

เส้นทางปั่นต่างประเทศที่ว่ากันว่าน่าตื่นเต้นมากที่สุด

 

                    การออกท่องโลกพร้อมกับกับหาเส้นทางออกปั่นนั้น นับเป็นเรื่องตื่นเต้นแต่บางทีนั้นก็ต้องแลกกับความสบาย ไม่เหมือนการจองทริปทัวร์ทั่วไป เพราะว่าบางเส้นทางที่เลือกไปนั้น อาจจะเป็นเส้นทางที่ห่างไกลความเจริญ แต่ก็จะได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ และบรรยากาศทิวทัศน์สองข้างทางที่ไม่อาจจะหาได้ง่าย ๆ ทั่วไป ส่วนเส้นทางไหนที่นักปั่นจะได้รับความตื่นเต้นกันบ้างเราจะมาแนะนำกัน

 

เส้นทางปั่นต่างประเทศที่ว่ากันว่าน่าตื่นเต้นมากที่สุด

 Southern Namibiaประเทศนามิเบียนั้นประชาชนส่วนมากจะอาศัยอยู่ทางเหนือของประเทศเสียมากกว่า เพราะทางภาคใต้นั้น ค่อนข้างจะเป็นพื้นที่แห้งแล้ง รกร้างว่างเปล่า โดยการปั่นนั้นจุดเริ่มต้นที่ กรุงวินด์ฮุก เมืองหลวงของ นามิเบีย แล้วปั่นไปยังตอนใต้นั้นอาจจะต้องใช้เวลาถึง 1 สัปดาห์ โดยไปสิ้นสุดที่ชายแดนของประเทศที่เมืองเฟลิกซ์ (Felix Unite) โดยมีระยะทางทั้งหมดประมาณ 1000 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว เส้นทางนั้นจะต้องผ่านเนินทรายสีแดงในชุ่มเล็ก ๆ ที่เรียกว่า เซเรียม และปั่นมุ่งหน้าไปแคมปิ้งที่ Helmeringhausen, Seeheim และ Hobas แล้วเดือนทางต่อไปเพื่อไปสัมผัสบรรยากาศของ Fish River Canyon แล้วจึงไปต่อเพื่อสิ้นสุดทริปที่เมือง เฟลิกซ์

 

 

เส้นทางปั่นต่างประเทศที่ว่ากันว่าน่าตื่นเต้นมากที่สุด

 

La Farola, Cubaเปิดประสบการณ์ปั่นใน ประเทศคิวบา ที่อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเป็นการปั่นระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นอยู่ที่เมือง Cajobabo ที่ติดกับชายฝั่งทะเลแคริเบี้ยนที่ทุรกันดาร เส้นทางปั่นจะต้องเลื้อยไปตามภูเขาที่มีชื่อว่า Sierra del Puril จนไปโผล่ที่หน้าผาที่เป็นหินแกรนิตเรื่อยไปจนไปถึงป่าสนที่สวยงามที่อยู่บนชายฝั่งมหามหาสมุทรแอตแลนติก บอเลยว่าเส้นทางนี้อาจไม่ยาวไกลมากนัก แต่ต้องเปลืองแรงไม่น้อยกับการไต่เขา และเส้นทางก็ถูกยอมรับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับนักปั่นเลยทีเดียว

 

เส้นทางปั่นต่างประเทศที่ว่ากันว่าน่าตื่นเต้นมากที่สุด

 

Salar De Uyuni, Boliviaจากอเมริกาเหนือมาต่อกันที่อเมริกาใต้โดยจะไปที่ ประเทศโบลิเวีย ทริปการปั่นในเส้นทางนี้จะเริ่มต้นที่เมือง Uyuni และไปจบทริปที่ Uyuni โดยมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 300 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งสัปดาห์ แน่นอนว่านักปั่นได้รับความตื่นเต้น ประสบการณ์ที่แตกต่าง และความสวยงามของเส้นทางที่ปั่นผ่านไป เพราะจะต้องปั่นจักรยานบนพื้นที่เป็นบ่อเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่มีจุดให้พักกางเต็นท์นานาเกลือขาวโพลนสุดลูกหูลูกตาที่เมือง Llica บอกได้เลยเมื่อคุณตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเพื่อรับแสงแรกของพระอาทิตย์ จะมีความรู้สึกราวกับว่าตื่นขึ้นมาบนสวรรค์ด้วยมีความสวยงามเป็นอย่างมากนั่นเอง หากใครจะไปทริปนี้ควรจะไปช่วงฤดูหนาว เพราะไปช่วงฤดูอื่นนั้น อาจจะเจอน้ำท่วมบ่อเกลือนั่นเอง แต่บอกเลยว่าเป็นเส้นทางที่น่าปั่นเป็นอย่างมาก

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *